วิวของเขาหินปูน ณไร่เลย์และเขาหงอนนาค

ทุกครั้งที่ผมได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่กระบี่ไร่เลย์เป็นที่หนึ่งที่คุ้นค่ามากที่สุกสำหรับตัวของผมแล้วในชีวิตนี้ที่ในอดีตนั้นยังเต็มไปด้วยของเพื่อนฝูงของผมและที่ได้มาท่องเที่ยวคนเดียวนั้นก็ได้เปลี่ยนในมุมมองของชีวิตตัวผมไปได้อยู่หลายอย่างและไม่ว่าจะเป็นมุมมองที่มีต่อสถานที่และผู้คนในบางครั้งภาพที่เรานั้นได้มองเห็นอย่างชินตาอย่างไม่เคยเห็นค่าและยังได้กลับมามีความหมายของตัวในมัน

โดยที่ไม่รู้ตัวจากนั้นผมก็ได้กลับมายัง ถ้ำ ณ หาดพระนางที่ได้มีคนแนะนำจากพี่ชายที่บาร์เพื่อที่จะเข้าไปชมความสวยงามที่ได้แอบซ่อนอยู่ ณ ที่แห่งนี้วิวของเขาหินปูนที่มีความซับซ้อน ณ ไร่เลย์คงจะเป็นสิ่งที่สามารถยืนยันได้ว่าทะเลใต้นั้นมีธรรมชาติที่ดูแปลกตาและคงจะตราตรึงในใจของใครหลายคนที่เดินทางมาเยือน

เราเกิดมาเพื่ออะไรกลไกของชีวิตที่ทำให้การเดินทางหาคำตอบนั้นมีคุณค่าและการเดินทางสิ่งหนึ่งที่แทรกซิมอยู่ในDNAของมุษย์ยังคงเป็นฟันเฟืองในการค้นหาความหมายของชีวิตค่ำคืนสุดท้าย ณ ทิวเลย์บาร์กับบาร์เทนเดอร์คนเดินที่กำลังร้องเพลงให้ผมฟังในฤดูฝนที่อยู่ในช่วงหน้าโลว์ของไร่เลย์กำลังค่อยๆผ่านไปวันใหม่อย่างช้าๆ

  ค่างแว่น ณ ไร่เลย์ สิ่งสุดท้ายที่ผมหยุดยืนมองความสมบูรณ์ของสถานที่แห่งนี้และออกเดินทางกลับเข้าสู้กระบี่โดยนั่งเรือกลับไปยังท่าเรืออ่าวน้ำเมา ผมเข้าสู่อ่าวน้ำเมาและได้คำแนะนำของชาวบ้าน ให้เช่ามอเตอร์ไซค์เพื่อเดินทางไปยังเขาหงอนนาค

เพื่อเลี่ยงการเหมารถเข้าไปในสถานที่แห่งนี้  เขาหงอนนาคเป็นสถานที่สุดท้ายที่ผมคงจะไม่พลาดเมื่อเดินทางมากระบี่ความหลากหลายในการท่องเที่ยวกระบี่ในทริปนี้ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปยังจุดTop viewทะเล และการเดินป่าการเดินทางมาท่องเที่ยวยังกระบี่นั้นก็สามารถให้เรากลับไปได้ทุกรสชาติเส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาหงอนนาคก็ทำให้ผมตกใจ

เมื่อเดินทางมาถึงด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเลเพียง500เมตรแต่ระยะการเดินทางกลับไม่ง่ายอย่างที่ผมคิดไว้ผมพบว่าการเดินทางไปกลับเขาหงอนนาคนั้นร่วม8กิโลเมตรซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าผู้คนที่มาเดินที่นี่เดินเฉลี่ยอยู่ที่เวลา4-5ชั่วโมงแต่เวลาที่ผมเหลืออยู่

ณ ตอนนี้นั้นเหลือเพียง3ชั่วโมงถ้ามากกว่านี้ผมก็ตกเครื่องที่ผมจองไว้คงไม่มีอะไรตลกร้ายมากไปกว่านี้อีกแล้วจากการคิดว่าความสูงจากระดับน้ำทะเล500เมตรคงจะเดินไปกลับประมาณกิโลกว่าๆ ซึ่งที่แรกผมคิดว่าคงไม่เกินสองชั่วโมงแต่พอเข้ามาเจอความชันและรู้ว่าระยะทาง8กิโลเมตรผมก็ยิ้มอ่อนคือการเดินไปกลับภายในสามชั่วโมงเท่านั้น

เรื่องนี้ถูกเขียนใน แนะนำท่องเที่ยว และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร